กรณีศึกษา: ถูกชักชวนขายฝากที่ดิน ก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่องเงินและสิทธิไถ่ถอน ควรดำเนินการอย่างไร?
ตั้งใจขายที่ดินหาเงินใช้หนี้ แต่กลับต้องทำสัญญาขายฝาก และเสี่ยงเสียที่ดินทั้งแปลง? กรณีศึกษานี้อธิบายลำดับเหตุการณ์ การตรวจสอบตัวเลข และประเด็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาก่อนดำเนินการ
กรณีศึกษานี้เป็นเรื่องดัดแปลงจากข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องรายหนึ่ง โดยใช้รายละเอียดสมมติแทนข้อมูลระบุตัวตน ข้อความทั้งหมดเป็นข้อกล่าวอ้างของฝ่ายเดียว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่มีคำวินิจฉัยของศาล และไม่มีการยืนยันว่าบุคคลใดมีความผิด ต้องตรวจเอกสารต้นฉบับและรับฟังคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายก่อนนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีจริง
ผู้ร้องมีที่ดินแปลงหนึ่ง ตั้งใจขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ มีผู้แนะนำตัวว่าเป็นนายหน้าเข้ามาช่วยจัดหาผู้ซื้อ แต่เหตุการณ์ที่ตามมาคือการทำสัญญาขายฝากแทนการขายโดยสมบูรณ์ เงินที่รับไม่ตรงกับตัวเลขที่อ้างถึง มีการโอนเงินกลับให้นายหน้าหลายครั้ง และเมื่อใกล้กำหนดไถ่ถอนก็ยังหาเงินไม่พอ คำถามคือ จากหลักฐานที่มี ควรเริ่มตรวจสอบจากตรงไหน และเรื่องนี้เข้าข่ายความผิดอาญาหรือเป็นเพียงข้อพิพาทตามสัญญา
หน้านี้เหมาะสำหรับใคร
- เจ้าของที่ดินที่กำลังพิจารณาทำสัญญาขายฝากหรือทำอยู่แล้ว
- ผู้ที่ถูกคนกลางหรือนายหน้าชักชวนให้เปลี่ยนจากการขายเป็นขายฝาก
- ผู้ที่ใกล้หมดกำหนดไถ่ถอนและยังไม่ทราบสิทธิที่เหลืออยู่
- ผู้ที่สงสัยว่าธุรกรรมที่ดินของตนเข้าข่ายถูกหลอกลวง
ลำดับเหตุการณ์ตามข้อกล่าวอ้าง (มกราคม 2568 – กันยายน 2569)
ผู้ร้องต้องการขายที่ดินราคาประมาณไร่ละ 650,000 บาท รวมราคาที่ตั้งไว้ประมาณ 4,200,000 บาท ญาติแนะนำบุคคลที่อ้างว่าเป็นนายหน้าจัดหาผู้ซื้อ
ผู้ที่อ้างว่าเป็นนายหน้านำภาพถ่ายที่ดินและเอกสารไปประกาศขายในกลุ่ม Facebook มีการหารือเรื่องค่าตอบแทนนายหน้าร้อยละ 3 และส่วนต่างราคาหากขายได้เกินราคาตั้ง
นายหน้าแจ้งว่ามีผู้ซื้อซึ่งมีตำแหน่งทางทหารสนใจซื้อทั้งแปลง ทั้งที่ผู้ร้องไม่เคยพบผู้ซื้อรายนั้น และเสนอให้ทำสัญญาขายฝากไว้ก่อนเพื่อเป็นการจัดหาเงิน
ผู้ร้องได้รับเงินโอน 1,250,100 บาท จากบุคคลที่นายหน้าแนะนำ และมีการดำเนินธุรกรรมที่สำนักงานที่ดินโดยระบุราคาขายฝาก 2,053,000 บาท (ยอด 2,949,900 บาท ที่ถูกกล่าวถึงแยกต่างหากยังไม่สอดคล้องกับราคานี้ ต้องตรวจว่าเกี่ยวข้องกับราคาขาย 4,200,000 บาท หรือไม่)
ผู้ร้องอ้างว่าควรได้รับเงินส่วนที่เหลือ 858,900 บาท และยอมรับค่านายหน้า 61,590 บาท แต่ได้รับโอนจริงเพียง 507,233 บาท จึงเกิดคำถามเรื่องรายการหักเงินและค่าใช้จ่ายอื่น
ผู้ร้องโอนเงินกลับให้ผู้ที่อ้างว่าเป็นนายหน้ารวม 230,000 บาท จำนวน 11 ครั้ง ตามคำอ้างเรื่องส่วนต่างราคาและการจัดหาผู้ซื้อ
ผู้ร้องโอนเงินเพิ่มอีก 70,000 บาท จำนวน 2 ครั้ง โดยอ้างว่าเป็นเงินมัดจำสำหรับการไถ่ถอนหรือซื้อคืนตามคำแนะนำของนายหน้า
ผู้ร้องได้รับสำเนาสัญญาขายฝากทางไปรษณีย์ และได้ติดต่อผู้รับซื้อฝากเพื่อขอขยายระยะเวลาไถ่ถอน
ผู้ร้องอ้างว่าได้จ่ายค่าต่ออายุระยะเวลาไถ่ถอน 3 ครั้ง รวม 99,000 บาท โดยมีหนังสือขยายกำหนดและหลักฐานการชำระเงินที่ต้องนำมาตรวจสอบ
วันที่ผู้ร้องเข้าใจว่าเป็นกำหนดไถ่ถอน และยังไม่สามารถชำระเงินไถ่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจสรุปว่าสิทธิไถ่ถอนสิ้นสุดลง เพราะต้องตรวจวันที่จดทะเบียนจริง กำหนดไถ่ในสัญญา หนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมาย การขยายเวลา ประเภทที่ดิน และกฎหมายคุ้มครองเฉพาะที่อาจใช้บังคับ
สรุปยอดเงิน: ตัวเลขที่อ้างอิง เทียบ ตัวเลขที่คำนวณ
| รายการ | ตัวเลขตามข้อกล่าวอ้าง | ตัวเลขที่คำนวณได้ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| ราคาขายฝากที่จดทะเบียน (อ้างอิง) | 2,053,000 บาท | — | ตรวจสัญญาและรายการจดทะเบียนจากสำนักงานที่ดิน |
| เงินที่รับโอนก่อนทำธุรกรรม (อ้างอิง) | 1,250,100 บาท | — | ตรวจสลิปโอนและรายการบัญชี |
| เงินคงเหลือตามข้อกล่าวอ้าง | 858,900 บาท | 2,053,000 − 1,250,100 = 802,900 บาท | ต่างกัน 56,000 บาท — ต้องหาเอกสารอธิบายส่วนต่าง |
| ยอดเงินอ้างอิงอื่นที่กล่าวถึง | 2,949,900 บาท | — | ยังไม่ทราบที่มาที่ชัดเจน ต้องสืบว่าเกี่ยวข้องกับราคาขาย 4,200,000 บาท หรือธุรกรรมอื่น |
| ค่าตอบแทนนายหน้าที่ตกลง (อ้างอิง) | 61,590 บาท | ร้อยละ 3 ของ 2,053,000 = 61,590 บาท | ตัวเลขตรงกัน แต่ต้องตรวจข้อตกลงจริงว่าคิดจากฐานราคาใด |
| ยอดที่รับโอนจริงวันทำรายการ (อ้างอิง) | 507,233 บาท | — | ต้องขอรายการหักทั้งหมดพร้อมเอกสารรับรองยอด |
| เงินโอนกลับให้นายหน้า (อ้างอิง) | 230,000 บาท (11 ครั้ง) | — | ตรวจเหตุผลของการโอนแต่ละครั้งและความเชื่อมโยงกับข้อกล่าวอ้าง |
| เงินมัดจำไถ่ถอน (อ้างอิง) | 70,000 บาท (2 ครั้ง) | — | ตรวจวัตถุประสงค์จริงและมีเอกสารรับรองหรือไม่ |
| ค่าต่ออายุระยะเวลาไถ่ถอน (อ้างอิง) | 99,000 บาท (3 ครั้ง) | — | ตรวจหนังสือขยายกำหนดและหลักฐานการชำระ |
ตารางนี้รวบรวม "ตัวเลขตามข้อกล่าวอ้าง" เทียบกับ "ตัวเลขที่คำนวณได้" เพื่อชี้จุดที่ต้องกระทบยอดด้วยเอกสารจริง ไม่ใช่การรับรองว่าตัวเลขใดถูกต้อง และห้ามนำไปสรุปเป็นความเสียหายที่พิสูจน์แล้ว
ประเด็นกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ
ประเด็นแพ่ง: สัญญาขายฝาก
การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491–502 ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานที่ดิน โดยทั่วไปสิทธิไถ่ถอนอสังหาริมทรัพย์จะใช้ได้ภายในกำหนดตามสัญญาและไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 494 กำหนดขอบเขตการใช้สิทธิไถ่) เมื่อพ้นกำหนดโดยชอบ สิทธิไถ่ถอนจะสิ้นไป — แต่การพ้นกำหนดต้องพิจารณาร่วมกับหนังสือแจ้งเตือน การขยายเวลา และการวางเงินสินไถ่ตามกฎหมายเฉพาะด้วย
ประเด็นแพ่ง: กฎหมายคุ้มครองเฉพาะ
ถ้าที่ดินเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา อาจอยู่ในบังคับ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขของสัญญา กำหนดระยะเวลาไถ่ถอน หนังสือแจ้งเตือนก่อนตัดสิทธิ และสิทธิวางเงินสินไถ่ การประเมินว่ากฎหมายนี้ใช้บังคับกับกรณีหรือไม่จึงเป็นประเด็นแรกที่ต้องตรวจ
ประเด็นอาญา: ฉ้อโกงหรือผิดสัญญา
ความผิดฐานฉ้อโกง (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341) ต้องมีการหลอกลวงด้วยข้อความเท็จหรือการปิดบัง มีเจตนาไม่ต้องการทำตามที่อ้างตั้งแต่ต้น และได้ทรัพย์มาเพราะผู้ถูกหลอกหลงเชื่อ การผิดสัญญาหรือการขายทอดทิ้งหนี้ที่ตั้งใจปฏิบัติแต่ทำไม่ได้ยังไม่ใช่ความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ การโอนเงินกลับให้นายหน้าแต่ละครั้งจึงต้องตรวจว่าเกิดจากการหลงเชื่อข้อความเท็จหรือความสมัครใจตามข้อตกลง
ประเด็นอาญา: กำหนดร้องทุกข์
ความผิดอาญาบางฐานเป็นความผิดต่อส่วนตัวที่ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96) การตรวจสอบวันที่ผู้ร้อง "รู้เรื่องและรู้ตัว" จึงสำคัญต่อการประเมินว่ายังใช้สิทธิได้หรือไม่
ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ต่อ
ยังไม่มีข้อสรุปว่าใครมีความผิด ต้องตรวจสอบว่าผู้รับโอนแต่ละรายเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างอย่างไร บทบาทของผู้ที่อ้างว่าเป็นนายหน้ามีลักษณะเป็นผู้แนะนำหรือผู้รับประโยชน์จริงหรือไม่ และเอกสารที่ดินเป็นโฉนดที่ดิน น.ส.3 ก. หรือประเภทอื่น (ต้องตรวจจากต้นฉบับ ห้ามใช้คำเรียกสลับกัน)
ข้อควรระวัง
การแจ้งความโดยรู้เท่าถึงการเป็นเท็จมีความเสี่ยงทางกฎหมาย การดำเนินเรื่องจึงควรเริ่มจากการตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารให้ครบก่อน และพิจารณาดำเนินคดีแพ่งควบคู่เพื่อปกป้องสิทธิในที่ดินตามแนวทางที่เหมาะสม
เอกสารประกอบ 9 หมวดที่ควรรวบรวม
หลักฐาน 9 หมวดที่ควรรวบรวมก่อนพบทนายความหรือพนักงานสอบสวน (ไม่ต้องมีครบก่อนเริ่มปรึกษา — นำมาเท่าที่มี):
เอกสารสิทธิในที่ดิน
โฉนดที่ดินหรือหลักฐานสิทธิ์ (ตรวจประเภทให้ชัดว่าเป็นเอกสารใด) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้ถือสิทธิ์
รายงานการร้องทุกข์หรือบันทึกประจำวัน
ถ้าเคยแจ้งเหตุไว้ก่อนหน้า เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์และวันเวลา
โพสต์ประกาศขาย
ภาพหน้าจอโพสต์ Facebook กลุ่มที่นายหน้าใช้ประกาศ พร้อมวันที่และชื่อบัญชี
บทสนทนา LINE
แชตกับนายหน้าและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ห้ามตัดตอนหรือลบ — แคปครบพร้อมวันเวลาและชื่อผู้ส่ง
หลักฐานการโอนเงิน
สลิปและรายการบัญชีทุกรายการ ทั้งรับเข้าและโอนออก รวมรายการพร้อมเพย์
เอกสารสำนักงานที่ดิน
ใบรับคำขอ รายการจดทะเบียน และเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกรรมวันที่ 19 มิถุนายน 2568
สัญญาขายฝาก
สำเนาสัญญาที่ได้รับทางไปรษณีย์ พร้อมซองจดหมายที่ระบุวันส่ง
หนังสือขยายกำหนดไถ่ถอน
เอกสารตกลงขยายเวลาทุกฉบับ พร้อมหลักฐานการชำระค่าต่ออายุ 99,000 บาท
บันทึกลำดับเหตุการณ์
ไทม์ไลน์ที่ผู้ร้องเรียงเอง พร้อมหมายเหตุว่าอ้างอิงเอกสารฉบับใด เพื่อใช้สอบทานกับตารางการเงิน
ประเด็นที่มักเกิดขึ้น และแนวทางดำเนินการ
ตกลงจะขายที่ดิน แต่ทำไมกลายเป็นสัญญาขายฝาก?
การขายโดยสมบูรณ์คือการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับเงินทั้งก้อน ส่วนการขายฝากคือการขายที่ผู้ขายยังคงสิทธิไถ่ถอนคืนภายในกำหนด โดยต้องจดทะเบียนและผูกพันตามเงื่อนไขสัญญา ความต่างของสองรูปแบบนี้กระทบทั้งจำนวนเงินที่ได้รับทันทีและสิทธิที่เหลืออยู่ จึงต้องอ่านสัญญาว่าลงชื่อในฐานะใดและมีข้อกำหนดอะไรบ้าง
ได้รับเงินจริงไม่ตรงกับจำนวนที่ระบุ ต้องทำอย่างไร?
ทำการกระทบยอดจากเอกสารจริง: ราคาจดทะเบียน 2,053,000 บาท ลบยอดที่รับก่อนหน้า 1,250,100 บาท ได้ 802,900 บาท ซึ่งต่างจากยอด 858,900 บาท ที่อ้างถึงอยู่ 56,000 บาท ต้องใช้สลิปโอน ใบเสร็จ และรายการหักทุกชุด หาเอกสารมาอธิบายส่วนต่างนี้ให้ได้ก่อนดำเนินเรื่องอื่น
ใกล้หมดเวลาไถ่ถอน แต่ยังไม่มีเงิน จะเสียที่ดินทันทีหรือไม่?
ยังสรุปไม่ได้ ต้องตรวจวันที่จดทะเบียนและกำหนดไถ่ที่ระบุจริง ว่ามีหนังสือแจ้งเตือนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ การขยายเวลาที่ทำไว้มีผลอย่างไร และหากที่ดินเป็นที่เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยของผู้ขายฝากบุคคลธรรมดา อาจมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองเฉพาะ เช่น การวางเงินสินไถ่ ซึ่งต้องตรวจสิทธิที่ยังคงเหลืออยู่จากเอกสารจริง
ผู้ที่ชักชวนรับเงินเพิ่มหลายครั้ง แบบนี้แจ้งความฉ้อโกงได้หรือไม่?
การจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงต้องพิสูจน์องค์ประกอบตามกฎหมายจากหลักฐาน ไม่ใช่เพียงการขาดทุนหรือการผิดสัญญา ต้องตรวจว่าแต่ละครั้งที่โอนเงินมีข้อความอ้างเท็จหรือไม่ ผู้รับเงินทราบว่าเป็นเท็จหรือไม่ และการโอนแต่ละครั้งเกิดจากความหลงเชื่อหรือความสมัครใจ หากองค์ประกอบไม่ครบ เรื่องอาจเป็นข้อพิพาทแพ่งล้วน
คำถามที่พบบ่อย
ธุรกิจที่ดินล่มหรือเงินไม่ได้ตามสัญญา ถือว่าถูกฉ้อโกงอัตโนมัติหรือไม่
ไม่ใช่อัตโนมัติ กฎหมายแยกการผิดสัญญา (แพ่ง) ออกจากการฉ้อโกง (อาญา) โดยพิจารณาว่ามีการหลอกลวงตั้งแต่ต้นหรือไม่ การสูญเงินหรือขาดทุนจากธุรกรรมจึงยังไม่แปลว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น
กรณีแบบนี้แจ้งความได้หรือไม่ และที่ไหน
หากมีมูลเหตุพอสมควรจากเอกสารว่าอาจมีการหลอกลวง ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ แต่การแจ้งโดยรู้เท่าถึงความเท็จเป็นความผิดของผู้แจ้งเอง จึงควรตรวจหลักฐานให้มั่นใจก่อน
เซ็นสัญญาขายฝากไปแล้ว ยังมีทางออกอะไรบ้าง
ขึ้นอยู่กับข้อสัญญาและสถานะสิทธิจริง เช่น การไถ่ถอนภายในกำหนด การเจรจาขยายเวลา การตรวจความสมบูรณ์ของการจดทะเบียน และหากมีการหลอกลวงจริง อาจมีทั้งมาตรการทางแพ่งและอาญา ต้องประเมินจากเอกสารเป็นรายกรณี
ยังไถ่ถอนที่ดินคืนได้หรือไม่
ต้องตรวจกำหนดไถ่ที่จดทะเบียน หนังสือแจ้งเตือน การขยายเวลาทั้งหมด และกฎหมายคุ้มครองเฉพาะที่อาจใช้บังคับ รวมถึงการวางเงินสินไถ่ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง จึงจะทราบว่าสิทธิยังคงอยู่หรือไม่ ไม่สามารถตอบตามความรู้สึกหรือวันที่จำได้เท่านั้น
ควรเตรียมเอกสารอะไรไปพบทนายความ
นำหลักฐาน 9 หมวดตามรายการด้านบนเท่าที่มี โดยเฉพาะสัญญาขายฝาก รายการโอนเงินทุกครั้ง บทสนทนา และเอกสารสำนักงานที่ดิน ทนายจะเริ่มจากการกระทบยอดและตรวจข้อสัญญาก่อนให้ความเห็นถัดไป
ตรวจข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ก่อนกำหนดแนวทางดำเนินคดี
แนวทางการทำงานของสำนักงาน: ทบทวนข้อเท็จจริง เอกสาร และหลักฐานที่มีอยู่จริงก่อน เพื่อเสนอแนวทางที่สอดคล้องกับข้อกฎหมายและหลักฐานของแต่ละเรื่อง ไม่ใช่การรับประกันผลคดี
ทีมทนายความ

ให้บริการด้านกฎหมายและดำเนินงานตามกรอบวิชาชีพ โดยพิจารณาประเด็นและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ดูประวัติทนายความ ↗ก่อนตัดสินใจว่าจ้าง ควรทราบว่า
- การสอบถามเบื้องต้นเริ่มจากการแจ้งประเภทเรื่องและวันเหตุการณ์
- คำแนะนำเบื้องต้นอาจต้องการเอกสารเพิ่มเติมจึงจะสรุปแนวทางได้
- ขอบเขตงาน ค่าธรรมเนียม และระยะเวลา ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน
- สำนักงานไม่รับประกันผลคดีหรือผลการพิจารณาของศาลและหน่วยงาน
บริการกฎหมาย: คดีอาญา · คดีแพ่ง · กฎหมายธุรกิจและสัญญา · ติดต่อเรา