สำนักงานกฎหมายและที่ปรึกษาธุรกิจ จังหวัดชัยภูมิ รับงานทั่วราชอาณาจักรติดต่อสำนักงาน 080-056-9475
PS⚖PS LAW AND BUSINESSLAWYERS & LEGAL ADVISORS
pslawandbusiness.com / หน้าแรก / บทความและความรู้กฎหมาย / กรณีศึกษา: ถูกชักชวนขายฝากที่ดิน ก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่องเงินและสิทธิไถ่ถอน ควรดำเนินการอย่างไร?

กรณีศึกษา: ถูกชักชวนขายฝากที่ดิน ก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่องเงินและสิทธิไถ่ถอน ควรดำเนินการอย่างไร?

ตั้งใจขายที่ดินหาเงินใช้หนี้ แต่กลับต้องทำสัญญาขายฝาก และเสี่ยงเสียที่ดินทั้งแปลง? กรณีศึกษานี้อธิบายลำดับเหตุการณ์ การตรวจสอบตัวเลข และประเด็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาก่อนดำเนินการ

ข้อควรทราบก่อนอ่าน
กรณีศึกษานี้เป็นเรื่องดัดแปลงจากข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องรายหนึ่ง โดยใช้รายละเอียดสมมติแทนข้อมูลระบุตัวตน ข้อความทั้งหมดเป็นข้อกล่าวอ้างของฝ่ายเดียว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่มีคำวินิจฉัยของศาล และไม่มีการยืนยันว่าบุคคลใดมีความผิด ต้องตรวจเอกสารต้นฉบับและรับฟังคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายก่อนนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีจริง

ผู้ร้องมีที่ดินแปลงหนึ่ง ตั้งใจขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ มีผู้แนะนำตัวว่าเป็นนายหน้าเข้ามาช่วยจัดหาผู้ซื้อ แต่เหตุการณ์ที่ตามมาคือการทำสัญญาขายฝากแทนการขายโดยสมบูรณ์ เงินที่รับไม่ตรงกับตัวเลขที่อ้างถึง มีการโอนเงินกลับให้นายหน้าหลายครั้ง และเมื่อใกล้กำหนดไถ่ถอนก็ยังหาเงินไม่พอ คำถามคือ จากหลักฐานที่มี ควรเริ่มตรวจสอบจากตรงไหน และเรื่องนี้เข้าข่ายความผิดอาญาหรือเป็นเพียงข้อพิพาทตามสัญญา

หน้านี้เหมาะสำหรับใคร

  • เจ้าของที่ดินที่กำลังพิจารณาทำสัญญาขายฝากหรือทำอยู่แล้ว
  • ผู้ที่ถูกคนกลางหรือนายหน้าชักชวนให้เปลี่ยนจากการขายเป็นขายฝาก
  • ผู้ที่ใกล้หมดกำหนดไถ่ถอนและยังไม่ทราบสิทธิที่เหลืออยู่
  • ผู้ที่สงสัยว่าธุรกรรมที่ดินของตนเข้าข่ายถูกหลอกลวง

ลำดับเหตุการณ์ตามข้อกล่าวอ้าง (มกราคม 2568 – กันยายน 2569)

  • ผู้ร้องต้องการขายที่ดินราคาประมาณไร่ละ 650,000 บาท รวมราคาที่ตั้งไว้ประมาณ 4,200,000 บาท ญาติแนะนำบุคคลที่อ้างว่าเป็นนายหน้าจัดหาผู้ซื้อ

  • ผู้ที่อ้างว่าเป็นนายหน้านำภาพถ่ายที่ดินและเอกสารไปประกาศขายในกลุ่ม Facebook มีการหารือเรื่องค่าตอบแทนนายหน้าร้อยละ 3 และส่วนต่างราคาหากขายได้เกินราคาตั้ง

  • นายหน้าแจ้งว่ามีผู้ซื้อซึ่งมีตำแหน่งทางทหารสนใจซื้อทั้งแปลง ทั้งที่ผู้ร้องไม่เคยพบผู้ซื้อรายนั้น และเสนอให้ทำสัญญาขายฝากไว้ก่อนเพื่อเป็นการจัดหาเงิน

  • ผู้ร้องได้รับเงินโอน 1,250,100 บาท จากบุคคลที่นายหน้าแนะนำ และมีการดำเนินธุรกรรมที่สำนักงานที่ดินโดยระบุราคาขายฝาก 2,053,000 บาท (ยอด 2,949,900 บาท ที่ถูกกล่าวถึงแยกต่างหากยังไม่สอดคล้องกับราคานี้ ต้องตรวจว่าเกี่ยวข้องกับราคาขาย 4,200,000 บาท หรือไม่)

  • ผู้ร้องอ้างว่าควรได้รับเงินส่วนที่เหลือ 858,900 บาท และยอมรับค่านายหน้า 61,590 บาท แต่ได้รับโอนจริงเพียง 507,233 บาท จึงเกิดคำถามเรื่องรายการหักเงินและค่าใช้จ่ายอื่น

  • ผู้ร้องโอนเงินกลับให้ผู้ที่อ้างว่าเป็นนายหน้ารวม 230,000 บาท จำนวน 11 ครั้ง ตามคำอ้างเรื่องส่วนต่างราคาและการจัดหาผู้ซื้อ

  • ผู้ร้องโอนเงินเพิ่มอีก 70,000 บาท จำนวน 2 ครั้ง โดยอ้างว่าเป็นเงินมัดจำสำหรับการไถ่ถอนหรือซื้อคืนตามคำแนะนำของนายหน้า

  • ผู้ร้องได้รับสำเนาสัญญาขายฝากทางไปรษณีย์ และได้ติดต่อผู้รับซื้อฝากเพื่อขอขยายระยะเวลาไถ่ถอน

  • ผู้ร้องอ้างว่าได้จ่ายค่าต่ออายุระยะเวลาไถ่ถอน 3 ครั้ง รวม 99,000 บาท โดยมีหนังสือขยายกำหนดและหลักฐานการชำระเงินที่ต้องนำมาตรวจสอบ

  • วันที่ผู้ร้องเข้าใจว่าเป็นกำหนดไถ่ถอน และยังไม่สามารถชำระเงินไถ่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจสรุปว่าสิทธิไถ่ถอนสิ้นสุดลง เพราะต้องตรวจวันที่จดทะเบียนจริง กำหนดไถ่ในสัญญา หนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมาย การขยายเวลา ประเภทที่ดิน และกฎหมายคุ้มครองเฉพาะที่อาจใช้บังคับ

สรุปยอดเงิน: ตัวเลขที่อ้างอิง เทียบ ตัวเลขที่คำนวณ

รายการตัวเลขตามข้อกล่าวอ้างตัวเลขที่คำนวณได้สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ราคาขายฝากที่จดทะเบียน (อ้างอิง)2,053,000 บาท—ตรวจสัญญาและรายการจดทะเบียนจากสำนักงานที่ดิน
เงินที่รับโอนก่อนทำธุรกรรม (อ้างอิง)1,250,100 บาท—ตรวจสลิปโอนและรายการบัญชี
เงินคงเหลือตามข้อกล่าวอ้าง858,900 บาท2,053,000 − 1,250,100 = 802,900 บาทต่างกัน 56,000 บาท — ต้องหาเอกสารอธิบายส่วนต่าง
ยอดเงินอ้างอิงอื่นที่กล่าวถึง2,949,900 บาท—ยังไม่ทราบที่มาที่ชัดเจน ต้องสืบว่าเกี่ยวข้องกับราคาขาย 4,200,000 บาท หรือธุรกรรมอื่น
ค่าตอบแทนนายหน้าที่ตกลง (อ้างอิง)61,590 บาทร้อยละ 3 ของ 2,053,000 = 61,590 บาทตัวเลขตรงกัน แต่ต้องตรวจข้อตกลงจริงว่าคิดจากฐานราคาใด
ยอดที่รับโอนจริงวันทำรายการ (อ้างอิง)507,233 บาท—ต้องขอรายการหักทั้งหมดพร้อมเอกสารรับรองยอด
เงินโอนกลับให้นายหน้า (อ้างอิง)230,000 บาท (11 ครั้ง)—ตรวจเหตุผลของการโอนแต่ละครั้งและความเชื่อมโยงกับข้อกล่าวอ้าง
เงินมัดจำไถ่ถอน (อ้างอิง)70,000 บาท (2 ครั้ง)—ตรวจวัตถุประสงค์จริงและมีเอกสารรับรองหรือไม่
ค่าต่ออายุระยะเวลาไถ่ถอน (อ้างอิง)99,000 บาท (3 ครั้ง)—ตรวจหนังสือขยายกำหนดและหลักฐานการชำระ

ตารางนี้รวบรวม "ตัวเลขตามข้อกล่าวอ้าง" เทียบกับ "ตัวเลขที่คำนวณได้" เพื่อชี้จุดที่ต้องกระทบยอดด้วยเอกสารจริง ไม่ใช่การรับรองว่าตัวเลขใดถูกต้อง และห้ามนำไปสรุปเป็นความเสียหายที่พิสูจน์แล้ว

ประเด็นกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ

ประเด็นแพ่ง: สัญญาขายฝาก

การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491–502 ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานที่ดิน โดยทั่วไปสิทธิไถ่ถอนอสังหาริมทรัพย์จะใช้ได้ภายในกำหนดตามสัญญาและไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 494 กำหนดขอบเขตการใช้สิทธิไถ่) เมื่อพ้นกำหนดโดยชอบ สิทธิไถ่ถอนจะสิ้นไป — แต่การพ้นกำหนดต้องพิจารณาร่วมกับหนังสือแจ้งเตือน การขยายเวลา และการวางเงินสินไถ่ตามกฎหมายเฉพาะด้วย

ประเด็นแพ่ง: กฎหมายคุ้มครองเฉพาะ

ถ้าที่ดินเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา อาจอยู่ในบังคับ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขของสัญญา กำหนดระยะเวลาไถ่ถอน หนังสือแจ้งเตือนก่อนตัดสิทธิ และสิทธิวางเงินสินไถ่ การประเมินว่ากฎหมายนี้ใช้บังคับกับกรณีหรือไม่จึงเป็นประเด็นแรกที่ต้องตรวจ

ประเด็นอาญา: ฉ้อโกงหรือผิดสัญญา

ความผิดฐานฉ้อโกง (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341) ต้องมีการหลอกลวงด้วยข้อความเท็จหรือการปิดบัง มีเจตนาไม่ต้องการทำตามที่อ้างตั้งแต่ต้น และได้ทรัพย์มาเพราะผู้ถูกหลอกหลงเชื่อ การผิดสัญญาหรือการขายทอดทิ้งหนี้ที่ตั้งใจปฏิบัติแต่ทำไม่ได้ยังไม่ใช่ความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ การโอนเงินกลับให้นายหน้าแต่ละครั้งจึงต้องตรวจว่าเกิดจากการหลงเชื่อข้อความเท็จหรือความสมัครใจตามข้อตกลง

ประเด็นอาญา: กำหนดร้องทุกข์

ความผิดอาญาบางฐานเป็นความผิดต่อส่วนตัวที่ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96) การตรวจสอบวันที่ผู้ร้อง "รู้เรื่องและรู้ตัว" จึงสำคัญต่อการประเมินว่ายังใช้สิทธิได้หรือไม่

ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ต่อ

ยังไม่มีข้อสรุปว่าใครมีความผิด ต้องตรวจสอบว่าผู้รับโอนแต่ละรายเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างอย่างไร บทบาทของผู้ที่อ้างว่าเป็นนายหน้ามีลักษณะเป็นผู้แนะนำหรือผู้รับประโยชน์จริงหรือไม่ และเอกสารที่ดินเป็นโฉนดที่ดิน น.ส.3 ก. หรือประเภทอื่น (ต้องตรวจจากต้นฉบับ ห้ามใช้คำเรียกสลับกัน)

ข้อควรระวัง

การแจ้งความโดยรู้เท่าถึงการเป็นเท็จมีความเสี่ยงทางกฎหมาย การดำเนินเรื่องจึงควรเริ่มจากการตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารให้ครบก่อน และพิจารณาดำเนินคดีแพ่งควบคู่เพื่อปกป้องสิทธิในที่ดินตามแนวทางที่เหมาะสม

เอกสารประกอบ 9 หมวดที่ควรรวบรวม

หลักฐาน 9 หมวดที่ควรรวบรวมก่อนพบทนายความหรือพนักงานสอบสวน (ไม่ต้องมีครบก่อนเริ่มปรึกษา — นำมาเท่าที่มี):

1

เอกสารสิทธิในที่ดิน

โฉนดที่ดินหรือหลักฐานสิทธิ์ (ตรวจประเภทให้ชัดว่าเป็นเอกสารใด) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้ถือสิทธิ์

2

รายงานการร้องทุกข์หรือบันทึกประจำวัน

ถ้าเคยแจ้งเหตุไว้ก่อนหน้า เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์และวันเวลา

3

โพสต์ประกาศขาย

ภาพหน้าจอโพสต์ Facebook กลุ่มที่นายหน้าใช้ประกาศ พร้อมวันที่และชื่อบัญชี

4

บทสนทนา LINE

แชตกับนายหน้าและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ห้ามตัดตอนหรือลบ — แคปครบพร้อมวันเวลาและชื่อผู้ส่ง

5

หลักฐานการโอนเงิน

สลิปและรายการบัญชีทุกรายการ ทั้งรับเข้าและโอนออก รวมรายการพร้อมเพย์

6

เอกสารสำนักงานที่ดิน

ใบรับคำขอ รายการจดทะเบียน และเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกรรมวันที่ 19 มิถุนายน 2568

7

สัญญาขายฝาก

สำเนาสัญญาที่ได้รับทางไปรษณีย์ พร้อมซองจดหมายที่ระบุวันส่ง

8

หนังสือขยายกำหนดไถ่ถอน

เอกสารตกลงขยายเวลาทุกฉบับ พร้อมหลักฐานการชำระค่าต่ออายุ 99,000 บาท

9

บันทึกลำดับเหตุการณ์

ไทม์ไลน์ที่ผู้ร้องเรียงเอง พร้อมหมายเหตุว่าอ้างอิงเอกสารฉบับใด เพื่อใช้สอบทานกับตารางการเงิน

ประเด็นที่มักเกิดขึ้น และแนวทางดำเนินการ

ตกลงจะขายที่ดิน แต่ทำไมกลายเป็นสัญญาขายฝาก?

การขายโดยสมบูรณ์คือการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับเงินทั้งก้อน ส่วนการขายฝากคือการขายที่ผู้ขายยังคงสิทธิไถ่ถอนคืนภายในกำหนด โดยต้องจดทะเบียนและผูกพันตามเงื่อนไขสัญญา ความต่างของสองรูปแบบนี้กระทบทั้งจำนวนเงินที่ได้รับทันทีและสิทธิที่เหลืออยู่ จึงต้องอ่านสัญญาว่าลงชื่อในฐานะใดและมีข้อกำหนดอะไรบ้าง

ได้รับเงินจริงไม่ตรงกับจำนวนที่ระบุ ต้องทำอย่างไร?

ทำการกระทบยอดจากเอกสารจริง: ราคาจดทะเบียน 2,053,000 บาท ลบยอดที่รับก่อนหน้า 1,250,100 บาท ได้ 802,900 บาท ซึ่งต่างจากยอด 858,900 บาท ที่อ้างถึงอยู่ 56,000 บาท ต้องใช้สลิปโอน ใบเสร็จ และรายการหักทุกชุด หาเอกสารมาอธิบายส่วนต่างนี้ให้ได้ก่อนดำเนินเรื่องอื่น

ใกล้หมดเวลาไถ่ถอน แต่ยังไม่มีเงิน จะเสียที่ดินทันทีหรือไม่?

ยังสรุปไม่ได้ ต้องตรวจวันที่จดทะเบียนและกำหนดไถ่ที่ระบุจริง ว่ามีหนังสือแจ้งเตือนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ การขยายเวลาที่ทำไว้มีผลอย่างไร และหากที่ดินเป็นที่เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยของผู้ขายฝากบุคคลธรรมดา อาจมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองเฉพาะ เช่น การวางเงินสินไถ่ ซึ่งต้องตรวจสิทธิที่ยังคงเหลืออยู่จากเอกสารจริง

ผู้ที่ชักชวนรับเงินเพิ่มหลายครั้ง แบบนี้แจ้งความฉ้อโกงได้หรือไม่?

การจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงต้องพิสูจน์องค์ประกอบตามกฎหมายจากหลักฐาน ไม่ใช่เพียงการขาดทุนหรือการผิดสัญญา ต้องตรวจว่าแต่ละครั้งที่โอนเงินมีข้อความอ้างเท็จหรือไม่ ผู้รับเงินทราบว่าเป็นเท็จหรือไม่ และการโอนแต่ละครั้งเกิดจากความหลงเชื่อหรือความสมัครใจ หากองค์ประกอบไม่ครบ เรื่องอาจเป็นข้อพิพาทแพ่งล้วน

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจที่ดินล่มหรือเงินไม่ได้ตามสัญญา ถือว่าถูกฉ้อโกงอัตโนมัติหรือไม่

ไม่ใช่อัตโนมัติ กฎหมายแยกการผิดสัญญา (แพ่ง) ออกจากการฉ้อโกง (อาญา) โดยพิจารณาว่ามีการหลอกลวงตั้งแต่ต้นหรือไม่ การสูญเงินหรือขาดทุนจากธุรกรรมจึงยังไม่แปลว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น

กรณีแบบนี้แจ้งความได้หรือไม่ และที่ไหน

หากมีมูลเหตุพอสมควรจากเอกสารว่าอาจมีการหลอกลวง ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ แต่การแจ้งโดยรู้เท่าถึงความเท็จเป็นความผิดของผู้แจ้งเอง จึงควรตรวจหลักฐานให้มั่นใจก่อน

เซ็นสัญญาขายฝากไปแล้ว ยังมีทางออกอะไรบ้าง

ขึ้นอยู่กับข้อสัญญาและสถานะสิทธิจริง เช่น การไถ่ถอนภายในกำหนด การเจรจาขยายเวลา การตรวจความสมบูรณ์ของการจดทะเบียน และหากมีการหลอกลวงจริง อาจมีทั้งมาตรการทางแพ่งและอาญา ต้องประเมินจากเอกสารเป็นรายกรณี

ยังไถ่ถอนที่ดินคืนได้หรือไม่

ต้องตรวจกำหนดไถ่ที่จดทะเบียน หนังสือแจ้งเตือน การขยายเวลาทั้งหมด และกฎหมายคุ้มครองเฉพาะที่อาจใช้บังคับ รวมถึงการวางเงินสินไถ่ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง จึงจะทราบว่าสิทธิยังคงอยู่หรือไม่ ไม่สามารถตอบตามความรู้สึกหรือวันที่จำได้เท่านั้น

ควรเตรียมเอกสารอะไรไปพบทนายความ

นำหลักฐาน 9 หมวดตามรายการด้านบนเท่าที่มี โดยเฉพาะสัญญาขายฝาก รายการโอนเงินทุกครั้ง บทสนทนา และเอกสารสำนักงานที่ดิน ทนายจะเริ่มจากการกระทบยอดและตรวจข้อสัญญาก่อนให้ความเห็นถัดไป

OUR APPROACH

ตรวจข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ก่อนกำหนดแนวทางดำเนินคดี

แนวทางการทำงานของสำนักงาน: ทบทวนข้อเท็จจริง เอกสาร และหลักฐานที่มีอยู่จริงก่อน เพื่อเสนอแนวทางที่สอดคล้องกับข้อกฎหมายและหลักฐานของแต่ละเรื่อง ไม่ใช่การรับประกันผลคดี

ทีมทนายความ

นายสามารถ เพ็งแจ่ม
นายสามารถ เพ็งแจ่มทนายความ · เลขที่ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ 370/2563

ให้บริการด้านกฎหมายและดำเนินงานตามกรอบวิชาชีพ โดยพิจารณาประเด็นและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ดูประวัติทนายความ ↗

ก่อนตัดสินใจว่าจ้าง ควรทราบว่า

  • การสอบถามเบื้องต้นเริ่มจากการแจ้งประเภทเรื่องและวันเหตุการณ์
  • คำแนะนำเบื้องต้นอาจต้องการเอกสารเพิ่มเติมจึงจะสรุปแนวทางได้
  • ขอบเขตงาน ค่าธรรมเนียม และระยะเวลา ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน
  • สำนักงานไม่รับประกันผลคดีหรือผลการพิจารณาของศาลและหน่วยงาน
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ตรวจสอบ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491–502 (การขายฝาก) · พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมที่ดิน) · ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (ฉ้อโกง) และ มาตรา 96 (กำหนดร้องทุกข์) — การตีความและการใช้บังคับกับกรณีจริงต้องได้รับการยืนยันจากทนายความผู้รับผิดชอบก่อนเผยแพร่

บริการกฎหมาย: คดีอาญา · คดีแพ่ง · กฎหมายธุรกิจและสัญญา · ติดต่อเรา

LET’S TALK

เมื่อมีข้อกฎหมายที่ต้องตัดสินใจ

ติดต่อสำนักงานเพื่อแจ้งรายละเอียด และนัดหมายพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการ

ช่องทางติดต่อสำนักงาน ↗
☎ โทรหาสำนักงาน✉ ติดต่อเรา